เรื่องของหนู


หนู เป็นศัตรูที่สำคัญของมนุษย์ หนูมักจะทำลายและสร้างความเสียหายให้แก่พืชผลทางการเกษตรและพยายามจะเข้าในฟาร์มเลี้ยงสัตว์และที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ซึ่งนำความเสียหายแก่เศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งความเสียหายตรงที่เด่นชัดคือ การกัดแทะพืชผลของชาวไร่ชาวสวนและการกัดแทะเสื้อผ้าอาหารของใช้ในบ้านและตลอดจนทำให้เกิดการปนเปื้อนต่างๆจากหนู ซึ่งหนูเป็นพาหะนำโรคหลายอย่างเช่นโรคไข้ฉี่หนู ไข้หนู กาฬโรค โรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น

หนู เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กมี 4 เท้า รูปร่างทรงกระบอก ลำตัวมีขนปกคลุมตลอดจนถึงหัว ตาโต และใบหูใหญ่ บริเวณจมูกและปากมีขนยื่นยาวออกมาเห็นเด่นชัด มีหาง ขาหน้าเล็กมี4นิ้ว ส่วนขาหลังใหญ่มี 5 นิ้ว หนูเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้เร็วเกือบตลอดปี ปกติหนูจะโตเต็มที่เมื่ออายุ 2-3 เดือนขึ้นไป ในเวลา 1 ปี หนู 1 คู่สามารถขยายพันธุ์รวมกันได้มากกว่า 1,000-15,000 ตัว 

การสำรวจร่องรอยของหนู

ทราบหรือไม่การสำรวจหาร่องรอยของหนูมีความสำคัญและจำเป็นต่อการป้องกันและกำจัดหนู เนื่องจากช่วยให้ทราบว่าหนูอยู่บริเวณนั้นหรือไม่ และมากน้อยเพียงใดโดยมีวิธีการดังนี้

  1. รอยกัดแทะ เนื่องจากหนูมีนิสัยชอบกัดแทะเพื่อกินอาหารและลับฟัน หากเราพบรอยกัดแทะใหม่ๆของอาหาร
  2. ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่ามีหนูอยู่บริเวณดังกล่าว
  3. โพรงหรือรูหนู หนูนอรเวชอบอาศัยในที่ที่มีลักษณะเปียก ชื้น เรียบมัน หรืออาจขุดรูเป็นโพลงลงในดิน
  4. รอยทางเดิน หนูมักจะใช้เส้นทางเดิมในการออกหากินเสมอ มักพบรอยคราบสกปรกดำ
  5. มูลหนูหรือขี้หนู ซึ่งมักจะพบบริเวณที่กินอาหาร มักพบคราบปัสสาวะของหนูบริเวณนั้นด้วย
  6. ลักษณะอื่นๆ เช่นเสียงร้อง เสียงวิ่ง กลิ่นสาบ รอยตีนหนู ซากหนู เป็นต้น

หากคุณคิดที่จะกำจัดหนู วิธีป้องกันและกำจัดที่ง่ายที่สุด คือ

  1. เทน้ำมันก๊าดใส่ถ้วยเล็กๆไปวางไว้ตามจุดที่คิดว่าหนูอาศัยอยู่ และต้องหมั่นเปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อระบายกลิ่น
  2. เปิดไฟให้สว่าง เพราะแสงไฟจะทำให้หนูไม่กล้าออกมาแสดงตัว
  3. ซื้อประทัดมาจุดใกล้ๆรังหนู เพื่อให้หนูตกใจกับเสียงประทัดจนต้องอพยพออกไป
  4. นำลูกเหม็นไปวางไว้ในจุดที่คิดว่าหนูอาศัยอยู่ เช่น ฝ้าเพดาน หรือมุมอับภายในครัว
  5. นำเม็ดไล่หนูจะมีลักษณะเป็นเม็ดสีดำ กลิ่นฉุน เมื่อนำไปวางไว้ตามจุดที่คิดว่าหนูอาศัยอยู่
  6. ใช้ สมุนไพรไทยไล่หนู เช่น กะเพรา หรือใบมะกรูด เป็นต้น
  7. ปลูกต้นยี่โถ แล้วตัดเอากิ่งยี่โถ ไปวางไว้ในบริเวณที่คิดว่าหนูอาศัยอยู่หรือบริเวณที่หนูชุกชุม
  8. นำทรายแมวใส่ถุงผ้า ไปวางไว้ใกล้ถังขยะ ไว้ใต้เพดาน หรือบริเวณที่หนูอาศัยอยู่
  9. สำรวจทางเข้าออกของหนูเช่นตรวจดูตามประตูโรงรถ ปล่องไฟ เครื่องอบแห้ง ซอกเล็กซอกน้อยบนหลังคา 
  10. ห้องครัว หรือท่อน้ำ เป็นต้น แล้วจัดการปิดรอยรั่วเหล่านั้นให้หมดสิ้น
  11. การทำความสะอาดบ้านให้สะอาด เก็บอาหารทุกชนิดในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด ปิดถังขยะให้สนิทและนำถังขยะที่มีเศษอาหารไปเทเศษอาหารทิ้งนอกบ้านเสมอ
  12. เลี้ยงแมวเพราะช่วยในการกำจัดและไล่หนู
  13. ใช้กรงดักหนูหรือกรงเหล็กที่ไม่เป็นอันตรายต่อหนู เพื่อใช้ดักและปล่อยมันโดยไม่ฆ่าปล่อยหนูให้ไกลจากตัวบ้าน
  14. วางเหยื่อพิษหรือกับดักหนีบหนูตามจุดที่คิดว่าหนูอาศัยอยู่หรือหนูเดินผ่านหรืออาจจะใช้กาวดักหนู
  15. เรียกใช้บริการการป้องกันและกำจัดหนูจากบริษัทของเรา โดยใช้สารBrodifacoumเป็นสารกำจัดหนูประเภทออกฤทธิ์ช้า โดยจะออกฤทธิ์ทำให้หนูตายโดยการการเลือดไม่แข็งตัว ทำให้ไหลออกทางหลอดเลือดฝอย และช่วงเปิดของร่างกาย ทำให้มีเลือดคลั่งในอวัยวะต่างๆ แต่เป็นสารที่กำจัดหนูที่กินเพียงครั้งเดียวก็ถึงตาย

สกุลของหนู

สกุลหนูที่พบมากในประเทศไทยมี 3 ชนิดคือ สกุลหนูพุก สกุลหนูหริ่ง และสกุลหนูท้องขาว ซึ่งสามารถแบ่งตามแหล่งที่พบอาศัยได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้


หนูในประเทศไทยที่พบที่พบในเขตเมืองและแหล่งชุมชนต่างๆ เป็นสกุลหนูท้องขาว มี 3 ชนิดที่สำคัญดังนี้